🍔 สื่อสารแต่เพียงพอดี

เมื่อเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อความรู้สึกของตัวเองบอกว่า “มันไม่ใช่เวลาที่ต้องสื่อสารกันละเอียดขนาดนั้น แล้วมันก็ไม่ใช่เวลาที่จะต้องอินทิเกรตงานระหว่างกันให้บ่อยขนาดนั้น” ฟังดูขัดกับหลักการที่ควรจะเป็นนะ … ยิ่งสื่อสารบ่อยยิ่งเข้าใจกัน ยิ่งรวมงานบ่อยยิ่งตรวจพบและแก้ไขจุดผิดพลาดได้เร็ว แต่เพราะมันอยู่ในเฟสการพัฒนาซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นแรกและทีมงานแต่ละคนก็รับผิดชอบในแต่ละส่วนงาน คนแรกดูแบคเอน คนที่สองทำเวป คนที่สามทำแอนดรอยด์แอป มันกลายเป็นว่ายิ่งคุยมากยิ่งสับสน ยิ่งเร่งรวมโค๊ดยิ่งเกิดการทำงานซ้ำ (รีเวิร์ค) มากซึ่งเปลืองเวลาและพลังงานโดยใช่เหตุ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเราพยายามจะทำงานร่วมกันมากเกินไป … ในแง่ไม่ดีนะ 😑

⭕️ เฟรมเวิร์ค

เฟรมคือกรอบ เวิร์คคืองาน … เฟรมเวิร์คแปลว่ากรอบของงาน สิ่งที่เกิดก่อนคืองาน สิ่งที่ตามมาคือกรอบ เราหยิบกรอบมาครอบงานด้วยความหวังที่จะจัดระเบียบการทำงานให้ดีขึ้น ด้วยความหวังจะสร้างรูปแบบการทำงานที่คาดเดาและบริหารจัดการได้ บางครั้งเราทำสำเร็จด้วยการเลือกกรอบที่เหมาะสม บางครั้งเราล้มเหลวเพราะกรอบที่หยิบมานั้นกว้างหรือแคบเกินไป ความท้าทายอยู่ที่ว่าไม่มีอะไรยั่งยืน โลกนี้เปลี่ยนแปลงเร็วส่งผลให้ลักษณะงานที่ต้องทำนั้นไดนามิกมาก งานเกิดขึ้นและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องจนหลายครั้งมันทำให้กรอบที่เคยใช้ได้กลายเป็นสแตติกที่เริ่มหมดประโยชน์

🛟 ความไร้วินัย

ถ้าเราผ่อนปรนเรื่องมาตรฐานการทดสอบซอฟต์แวร์ — เราจะแฮปปี้ในช่วงแรกเพราะเราส่งมอบงานทันเวลาแต่เราจะปวดหัวมากมายเมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นจากงานที่ขาดคุณภาพกลับมาหลอกหลอนเรา ถ้าเราละเลยเรื่องมาตรฐานการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาร่วมทีมกับเรา — เราจะแฮปปี้ในช่วงแรกเพราะเราหาสมาชิกใหม่ได้มากและรวดเร็วแต่เรากำลังจะเจอสถานการณ์วิกฤตเมื่อวัฒนธรรมองค์กรที่ดีกำลังถูกกัดกร่อน ถ้าเราหย่อนยานในมาตรฐานของการรับงานและเลือกลูกค้า — เราจะแฮปปี้ในช่วงแรกเพราะงานมีและเงินเข้าแต่จากนั้นไม่นานเราจะตกอยู่ในสภาพอัมพาตเพราะขยับตัวหนีลูกค้าแย่ๆไปไม่พ้น

🖐🏼 เมื่อต้องหยุดทำงาน​ (บ้าง)

มีบางเวลามั้ยที่เราหยุดทำงานแล้วมีความรู้สึกว่ากำลังทำผิด อาจจะเพราะด้วยความรู้สึกรับผิดชอบต่องาน อาจจะเพราะความรู้สึกรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน อาจจะเพราะความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในงาน … ที่มากเกินไป ถ้าเราทำงานเกือบทุกวัน มากบ้างน้อยบ้างตามแต่เวลาอำนวย รวมถึงเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการด้วย จนวันไหนที่ไม่ได้ทำก็จะรู้สึกผิด แบบนี้เราผิดมั้ย? คงไม่มีใครตอบว่า “ใช่ เธอกำลังทำผิดอยู่หรอก” แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่อดไม่ได้ที่จะคิดไปแบบนั้น และระหว่างการใช้เวลาที่หมดไปกับเรื่องอื่นๆที่สำคัญแต่ไม่ใช่เรื่องงานแล้วเราถามตัวเองเรื่อยๆว่า “หยุด แล้วไปนั่งทำงานดีมั้ย?” แบบนี้แปลกมั้ย?