Piyorot

ตัวชี้วัดที่น่าสนใจมากๆของประสิทธิภาพในการสร้างซอฟต์แวร์คือ เราได้ทดสอบระบบเวอร์ชั่นใหม่ได้เร็วแค่ไหน 👍🏽 ถ้าเราเจอบั๊ก เราต้องรอข้ามวัน (หรือข้ามวีค) กว่าจะได้เทสใหม่ ถ้าเราอยากเห็นข้อมูลชุดใหม่หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ เรามีหวังแค่ไหนที่จะได้มันภายในวันนี้ หนึ่งวัน …​ เราดีพลอยขึ้นระบบได้เร็วแค่ไหน? จะเวป หรือจะโมบายแอป … ยิ่งเร็วถือว่ากระบวนการทำงานของเรายิ่งมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดการซอร์สโค๊ด ระบบบิ้วด์ซอฟต์แวร์ ระบบดีพลอยแบบออโต้ ระบบคลาวด์แบบเดฟแบบเทสและแบบโปรดักชั่น ระบบการกระจายซอฟต์แวร์ไปให้คนทั้งทีมที่ทำงานจากบ้าน

ตัวชี้วัดที่น่าสนใจมากๆของประสิทธิภาพในการสร้างซอฟต์แวร์คือ

เราได้ทดสอบระบบเวอร์ชั่นใหม่ได้เร็วแค่ไหน 👍🏽

  1. ถ้าเราเจอบั๊ก เราต้องรอข้ามวัน (หรือข้ามวีค) กว่าจะได้เทสใหม่
  2. ถ้าเราอยากเห็นข้อมูลชุดใหม่หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ เรามีหวังแค่ไหนที่จะได้มันภายในวันนี้

หนึ่งวัน …​ เราดีพลอยขึ้นระบบได้เร็วแค่ไหน? จะเวป หรือจะโมบายแอป … ยิ่งเร็วถือว่ากระบวนการทำงานของเรายิ่งมีประสิทธิภาพ

ทั้งการจัดการซอร์สโค๊ด ระบบบิ้วด์ซอฟต์แวร์ ระบบดีพลอยแบบออโต้ ระบบคลาวด์แบบเดฟแบบเทสและแบบโปรดักชั่น ระบบการกระจายซอฟต์แวร์ไปให้คนทั้งทีมที่ทำงานจากบ้าน

ช่วงแรกๆที่อะไรๆยังด้นสดกันอยู่นั้น …​ ปัจจัยนี้อาจจะดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป …​ ถ้าเราไม่มีโครงสร้างที่ดี เราจะลำบากมาก (และมากๆ) ในการทำงานให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ลงทุนเลย ตั้งแต่วันนี้ ระบบและกระบวนการที่ว่า คุ้มแน่นอน คุ้มอย่างยิ่งยวดเลย

--

--

เมื่อเราต้องการได้กำไรเพิ่มขึ้น

  1. ขึ้นราคา
  2. ลดต้นทุน (ด้วยการลดคุณภาพหรือปริมาณ)

ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านแรกขึ้นราคาจาก 40 เป็น 45 บาทต่อจานพร้อมป้ายแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างชัดเจน

ลูกค้าผู้หิวโหยเห็นและรับรู้ได้ทันที “อ่าว ขึ้นราคาแล้วหรอ” บางคนเข้าใจ บางคนไม่พอใจแต่ด้วยคุณภาพและปริมาณที่เหมือนเดิม ก๋วยเตี๋ยวจานนี้ยังอร่อยและให้ความรู้สึกคุ้มค่าเหมือนเดิม

ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านที่สองคงราคาเดิมที่ 40 บาทต่อจานแต่แอบลดเครื่องและใช้ลูกชิ้นคุณภาพต่ำลง … แน่นอนว่าไม่มีป้ายแจ้งเตือนหน้าร้าน

ลูกค้าผู้หิวโหยอาจจะไม่ทันสังเกตแค่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ปกติ จ่ายเงินเดินออกจากร้านไปด้วยความกังขา “รสชาติไม่เหมือนเดิมป่าววะ?” ก๋วยเตี๋ยวจานนี้ของร้านนี้ไม่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าเสียแล้ว

ร้านแรกตรงไปตรงมา ขึ้นราคาเพื่อคงคุณภาพ

ร้านที่สองทำอะไรลับหลัง ลดคุณภาพเพื่อกำไรที่เพิ่มขึ้น

เลือกเป็นแบบไหนดี?

จุดน่าสังเกตคือทุกร้านมีคำว่า “พิเศษ” ที่แปลว่า มากเป็นพิเศษ เยอะเป็นพิเศษ … ด้วยราคาที่แพงกว่าจานปกติ มันคือการขึ้นราคาเพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณ 🙄

เคยเห็นร้านไหนที่ใช้คำว่า “พิเศษ” ที่แปลว่าแย่เป็นพิเศษ น้อยเป็นพิเศษมั้ย?

--

--

ระหว่างที่เราออกแบบระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยูไอ เราจะมีอาการค้างอยู่บ่อยๆ

ค้างคือเครื่องค้าง คิดไม่ออก ไม่รู้จะเอาข้อมูลอะไรมาแสดง ไม่รู้ว่าควรจะมีปุ่มอะไรให้กด

มองไปทางซ้าย — ที่ว่างบนหน้าจอเหลือบาน

มองไปทางขวา — ข้อมูลที่เด่นๆก็ถูกโชว์ขึ้นมาหมดแล้ว

มองต่ำลงมา — ข้อมูลอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ก็ต้องใช้เวลาสร้างฟังก์ชั่นใหม่ขึ้นมาซัพพอร์ต

ตอนนี้เรารีบ ตอนนี้ต้องการเห็นเวอร์ชั่นแรกให้เร็วที่สุด

… ยากินแก้ค้างคือ … เอาวะ ข้อมูลแบบนี้ก็ดีที่ได้รู้

จริงๆมันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นแต่รู้ไว้ก็ไม่เป็นไร

จริงๆมันไม่ได้สำคัญอะไรมากมายแต่เปิดดูแล้วก็ … เออเว้ย ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยะ

เราหาข้อมูลแบบนี้ได้บ้างมั้ยจากระบบของเราตอนนี้ ข้อมูลที่บวกลบคูณหารแล้วได้ข้อมูลใหม่ๆในอีกรูปแบบหนึ่งโดยไม่ต้องเสียเวลาไปแก้ไขเพิ่มเติมอะไรให้เสียเวลามากเกินไป

เช่น เรามีข้อมูลดิบคือ 1,560 ครั้งต่อเดือน …​ มันสำคัญที่ต้องรู้นะ แต่ไหนๆก็ไหนๆเอามาเฉลี่ยดีกว่ากลายเป็นได้ข้อมูลก้อนที่สองออกมาว่า 52 ครั้งต่อวัน

แล้วก็ได้ก้อนที่สามออกมาว่า สูงสุดคือ 86 ครั้ง ต่ำสุดคือ 39 ครั้ง

แล้วก็ได้ก้อนที่สี่ออกมาว่า สูงกว่าเดือนก่อน 6.9% และยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อีก 4.5 จุด เป็นต้น

จำเป็นขนาดนั้นมั้ย? อาจจะไม่ แต่รู้แล้วมีอะไรเสียหายมั้ย? … ก็ไม่อีกเหมือนกัน

ว่าแล้ว …​ ข้อมูลแบบนี้ก็สร้างความน่าสนใจให้กับระบบของเราได้มากขึ้นอยู่เหมือนกัน และมันแก้สมองค้างได้อย่างดีทีเดียว

--

--

เราพูดไม่ได้ว่าระบบนี้ผมใช้เวลาทำตั้ง 2 ปีนะครับ เราพูดไม่ได้ว่างานนี้มันงดงามและครบถ้วนมากกว่ารายอื่นสองเท่าเลยนะคะ เราพูดไม่ได้ว่าผมใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่าคู่แข่งไปหลายชั้นนะครับ และ เราพูดไม่ได้ว่าระบบของหนูมันแม่นยำกว่าคนอื่นตั้ง 3.419% นะคะ ระยะเวลา ความสมบูรณ์ และความสามารถของระบบหรือของสินค้าที่เราทำไม่สามารถเป็นข้ออ้างในการตั้งราคาแพงแล้วคาดหวังว่าจะมีเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าเราจะเหนื่อยยากแสนสาหัสแค่ไหนกว่าจะเข็นโปรดักท์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นเทพออกมาสู่ตลาด

เราพูดไม่ได้ว่าระบบนี้ผมใช้เวลาทำตั้ง 2 ปีนะครับ

เราพูดไม่ได้ว่างานนี้มันงดงามและครบถ้วนมากกว่ารายอื่นสองเท่าเลยนะคะ

เราพูดไม่ได้ว่าผมใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่าคู่แข่งไปหลายชั้นนะครับ

และ

เราพูดไม่ได้ว่าระบบของหนูมันแม่นยำกว่าคนอื่นตั้ง 3.419% นะคะ

ระยะเวลา ความสมบูรณ์ และความสามารถของระบบหรือของสินค้าที่เราทำไม่สามารถเป็นข้ออ้างในการตั้งราคาแพงแล้วคาดหวังว่าจะมีเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า

พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าเราจะเหนื่อยยากแสนสาหัสแค่ไหนกว่าจะเข็นโปรดักท์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นเทพออกมาสู่ตลาด

พวกเขาสนใจแค่คุณค่าที่พวกเขาคิดว่าจะได้รับกลับไป คำว่าคุณค่าของแต่ละคนก็ต่างกัน นั่นจึงเป็นที่มาของคนที่ยอมกินอาหารมื้อละ 10,000 บาทและคนที่กินข้าวจานละ 35 บาท

ต้นทุนของสินค้าไม่ใช่ตัวกำหนดราคาขายในมุมมองของพวกเขา … สิ่งสำคัญคือมันช่วยให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นอย่างไรและมากแค่ไหนต่างหาก 🙃

--

--

คนเราไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตแต่ละวันนั้นเราสร้างความสิ้นเปลืองและเสียทิ้งมากขนาดไหน

  • อาหารสดและแห้งที่ซื้อมาแล้วกินไม่ทัน
  • ค่าโทรศัพท์เหมาจ่ายที่ไม่เคยใช้อย่างคุ้มค่า
  • บริการต่างๆที่จ่ายรายเดือนไว้แต่ลืมไปแล้ว
  • คูปองที่เก็บไว้แต่ไม่เคยเอาไปใช้
  • ค่าปรับจากการจ่ายเงินล่าช้า

อื่นๆ อีกมาก … มันดูเหมือนไม่น่าสนใจเพราะมันเป็นเรื่องของรูปแบบการใช้ชีวิต นิสัยและวินัย แต่ถ้ามีคนทำแอปที่สามารถคำนวณเรื่องสิ้นเปลืองและเสียทิ้งของเราในแต่ละวันให้เป็นตัวเงิน

อะไรๆอาจจะเปลี่ยนไปได้มาก — ลักษณะการดำเนินชีวิต สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม และรวมไปถึงเงินในกระเป๋า

มันจึงเริ่มน่าสนใจว่าการทำเรื่องที่มองไม่เห็นให้เห็นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สร้างโปรดักท์และสร้างธุรกิจได้ดีอยู่เหมือนกัน

หลายครั้งเราเริ่มต้นไอเดียด้วยมุมบวก — เทคโนโลยีใหม่ อนาคตใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ดีกว่าเดิม

กรณีนี้ … เราเริ่มต้นขายด้วยมุมลบ — รู้หรือไม่ว่าคุณเสียเงินโดยใช่เหตุไปเท่าไร? 💸

รู้หรือไม่ว่าตอนนี้สุขภาพของคุณทรุดโทรมไปแค่ไหนแล้ว?

รู้หรือไม่ว่าคุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิวัติเรื่องนี้ได้

ลองมองดูรอบๆ … ตอนนี้มีเรื่องลบๆอะไรที่เราหยิบมาสร้างประโยชน์ได้บ้างมั้ย

➖ ➖ 💰

--

--

เมื่อได้ฟังว่าคู่แข่งของเราใช้เทคโนโลยีใหม่กริ๊กหรือโคตรเทพแล้วเรารู้สึกอย่างไร

แน่นอนว่ามันน่ากลัว … มันน่ากลัวต่อเมื่อพวกเขาทำได้ดี

เอไอ แมชชีนเลิร์นนิ่ง โรบอท ฟังดูแล้วล้ำลึก เราไม่มีทางทำได้ เราไม่มีทางตามทัน เสร็จแน่งานนี้

แต่หลายต่อหลายครั้ง ลูกค้าและผู้ใช้ไม่เก็ตในความล้ำยุคตรงนั้น ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์อะไร … ทำไมฉันต้องใช้สินค้าหรือบริการนี้

ที่ว่าแน่ๆอาจจะ … ไม่แน่ก็ได้

สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสิ่งที่ทันสมัยที่สุด

ถ้าเรามองผู้ใช้เป็นหลัก … เราอาจจะพบช่องว่างในความลึกล้ำของคู่แข่ง

เรียบง่ายคือได้เปรียบ

ตรงประเด็นคือเข้าใจง่าย

ตอบโจทย์คือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ

ความแอดวานซ์เป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง มันไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าของใครจะได้รับเสียงตอบรับจากตลาดมากกว่ากัน 🎩

ไม่ต้องกังวลให้มากไป เอาเวลามาทำโปรดักท์ที่เรียบง่ายกันก่อนดีกว่า

--

--

เมื่อวานกังวลว่าโปรดักท์ที่ทำอยู่มันจะดีพอมั้ย

ในแง่ประโยชน์ ในแง่ฟีเจอร์ ในแง่ความคุ้มค่า

วันนี้เราเริ่มรู้สึกว่า … “อืม ไม่เลวนะ ฟีเจอร์ได้ขนาดนี้กับเวอร์ชั่นแรกถือว่าไม่น้อยแล้วหละ ลูกค้าน่าจะได้ประโยชน์ชัดเจนเลย”

เมื่อเราได้ฟิลลิ่งแบบนี้แล้ว เราควรทำอะไร?

คำตอบคือหยุดเพิ่มและทำของที่มีให้ดีกว่าเดิม

เวอร์ชั่นแรกกับ 20 ฟีเจอร์ … มากไป มากไปแน่ๆ

เวอร์ชั่นแรกกับ 4 ฟีเจอร์ที่เป็นเรื่องเป็นราว …​ กำลังดี ผมคิดว่ากำลังดี

อย่าใช้เวลาไปกับการเพิ่มให้เยอะขึ้น เราต้องทำสิ่งนี้ให้ดีกว่าเดิม

เวอร์ชั่นแรกมีไว้เพื่อทดลอง เพื่อแก้ปัญหาที่โฟกัสมากๆ มันดีอยู่แล้วที่เราจะคิดถึงเวอร์ชั่นสองเตรียมไว้แต่ยังไม่ต้องรีบ เพราะฟีเจอร์ยิ่งมากยิ่งเข้าใจยาก เข้าใจยากก็ใช้ยาก ใช้ยากก็เห็นประโยชน์ได้ช้า … ไม่มีเรื่องดีสักอย่าง

กำลังดี — 4 ฟีเจอร์

--

--

มรดกอาจจะเป็นคำมงคลในเรื่องทรัพย์สิน แต่มรดกก็อาจจะเป็นเหมือนคำสาปได้สำหรับทีมซอฟต์แวร์

มรดก — Legacy คือของเก่าที่มีแนวโน้มสูงว่าใกล้หมดอายุขัยในเร็ววันนี้

แต่มันเป็นมรดกที่เราสลัดไม่หลุด หนีไม่ได้ เพราะชะตาชีวิตของเราขึ้นอยู่กับมัน

บริษัทใหญ่ที่มีขุมทรัพย์มหาศาลคือคนที่น่าเห็นใจที่สุดเพราะคำว่ามรดกคำนี้มันทำให้ขยับตัวยาก เคลื่อนไหวไม่ได้ คิดได้แต่ทำไม่ได้

แก้ตรงนั้นพังตรงนี้ เพิ่มตรงนั้นติดตรงนี้ … ถึงขนาดว่าจะสร้างใหม่ก็ยังต้องลิ้งค์ไปหาของเก่า

ปัญหานี้ใหญ่หลวงนัก … และมันก็เป็นจุดได้เปรียบของบริษัทเล็กๆที่ไม่มีมรดกอะไรเลย

ทุกอย่างคือศูนย์ ทุกอย่างคือความเป็นไปได้ …​ เมื่อเราไม่มีภาระ เราอยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น แล้วแต่จินตนาการและวิสัยทัศน์จะพาไป (จริงมั้ย?)

ทันทีที่เริ่มสร้าง (เริ่มพิมพ์คีย์บอร์ด)​ เรากำลังสร้างมรดก

ทุกวันที่ผ่านไปมรดกของเราเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน

จากบริษัทเล็กที่เริ่มต้นจากศูนย์ …​ ถึงวันนึงมรดกนั้นจะส่งผลกระทบต่อเราแน่นอน ไม่ว่าเราจะใหญ่ขึ้น หรือเราจะยังตัวเล็กเท่าเดิม

เรายังคิดได้แต่เราจะทำได้น้อยลงเพราะข้อจำกัดเพิ่มขึ้น

เราต่อต้านเรื่องนี้ไม่ได้ … ทำได้แค่ลากช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ภาระน้อยไปให้ได้นานที่สุด

อย่ารีบแก่เร็ว อย่ารีบสร้างภาระให้ตัวเองด้วยการสร้างโปรดักท์ที่ต่อยอดไม่ได้

วันนี้ถ้าเราไม่มีมรดก … เราโชคดีที่สุดแล้ว

--

--

“ทำยังไงจะใช้เวลาครึ่งเดียวทำงานนี้ให้เสร็จ?”

คำถามนี้น่าสนใจ

  1. ลดคุณภาพลง 50%
  2. ลดความคาดหวังลง 70%
  3. ตัดสโคปลง 80%
  4. ยกเลิกโปรเจกต์นี้ไปเลย

ไม่ได้พูดเล่นนะเนี่ยะ 😰

แต่มันไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปหรอก จริงมั้ย? เราต้องแลกอะไรหลายอย่างมากเพื่อการทำงานให้เสร็จเร็วกว่าเดิมแบบครึ่งต่อครึ่ง 🥲

ในบางจังหวะ ในช่วงเริ่มต้น

  • คุณภาพไม่สำคัญเท่าความเร็ว
  • ความคาดหวังไม่สำคัญเท่าการเรียนรู้จากข้อมูลจริง
  • สโคปและฟีเจอร์ไม่สำคัญเท่าการมีลูกค้าตอบรับก่อนคู่แข่งรายอื่น

ลดเวลาลงครึ่งนึงก็ได้ ไม่ผิด … จะผิดก็ตรงจะเอาอย่างอื่นให้เหมือนเดิมนี่แหละ

--

--

เพิ่งเปิดดูโปรไฟล์ของฟรีแลนซ์ในเวปจ้างงานเมื่อกี๊ … มันน่าสังเกตว่าในบริการคล้ายๆกันจะตั้งราคาใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ราคาเริ่มต้นรวมไปถึงราคาตามระดับต่างๆ

ที่น่าสนใจ … ใครที่ราคาต่ำที่สุดจะเป็นบรรทัดฐานของคนอื่น …​ ไปโดยปริยาย 😿

ด้วยความใกล้เคียงกันทั้งรูปแบบการให้บริการ ราคา ภาพประกอบ และระยะเวลาทำงาน … มันจึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้จ้างที่จะเลือกใครสักคน ด้วยความที่เหมือนกันไปหมด

ถ้า … แค่คิดว่าถ้า เราตั้งราคาเริ่มต้นแพงกว่าชาวบ้านอย่างเห็นได้ชัด … อะไรจะเกิดขึ้น? คนอื่นเริ่มต้น 1,500 ของเรา 5,000 บาท

คนอื่นแบ่งราคาเป็นสามระดับ 1,500 มา 2,000 มา 3,500 … อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเราแบ่งราคาเป็นแค่สองระดับที่ 5,000 บาทกับ 15,000 บาท

คนอื่นทำงานเสร็จภายใน 3–7 วัน ถ้าของเราเป็น 14–31 วันหละ? อะไรจะเกิดขึ้น

ตอนนี้ตอบไม่ได้ว่าผลลัพธ์จะดีหรือไม่ได้ แต่มั่นใจได้เลยว่าเราจะแตกต่างจากคนอื่นแบบเห็นได้ชัด ลูกค้าบางคน (หลายคน?) คงมองผ่านไปเพราะค่าตัวเราแพง แต่อาจจะมีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นราคาแล้วรู้สึกฉงน …. ทำไมมันแพงกว่าชาวบ้านขนาดนี้

มันมีอะไรดี? คนนี้ให้บริการอะไร? คุณภาพมาก่อนปริมาณรึเปล่า?

หลายครั้งเราเข้ามาเลือกหาความช่วยเหลือจากฟรีแลนซ์เพราะต้นทุนต่ำ แต่หลายครั้งเช่นกันที่สุดท้ายแล้วเราไม่ได้เลือกคนที่ราคาถูกที่สุด แต่เป็นคนที่เรารู้สึกเชื่อมั่นมากที่สุด

ราคาถูกกับราคาแพง

รูปแบบงานที่หลากหลายกับรูปแบบงานที่ตรงประเด็น

ระยะเวลาทำงานสั้นกับระยะเวลาทำงานยาว

อย่างหลัง … ให้ความมั่นใจกับเราได้มากกว่าในหลายๆสถานการณ์นะครับ

--

--

Piyorot

Piyorot

A member of Mutrack and Inthentic. I lead, learn, and build with vision, love and care. https://piyorot.com